Mentoring — มองให้ชัด
ช่วยแยกให้ออกว่าอะไรคือข้อเท็จจริง อะไรคือความกลัว อะไรคือแพตเทิร์นเดิม และอะไรคือสิ่งที่คุณรู้จริง ๆ
พื้นที่ส่วนตัวสำหรับผู้นำ ผู้ประกอบการ ผู้เชี่ยวชาญ โค้ช ครู Healer นักสร้างสรรค์ และคนที่คุ้นเคยกับการเป็นฝ่ายนำ — ที่เหนื่อยกับการ “รู้เยอะ เข้าใจตัวเองมาก แต่ยังกลับไปอยู่ในแพตเทิร์นเดิม” และพร้อมเปลี่ยน Insight ที่มีอยู่แล้วให้กลายเป็นการเปลี่ยนแปลงจริงจากภายใน โดยไม่ต้องเดินตามสูตรสำเร็จหรือยกอำนาจชีวิตให้ใคร
ชีวิตของคุณไม่ได้ “พัง” ตรงกันข้าม คุณอาจยังทำงานได้ดี รับผิดชอบชีวิตตัวเองได้ และสร้างบางอย่างมาได้ไกลแล้ว
บางครั้งนี่จึงไม่ใช่ปัญหาที่ต้อง “แก้” แต่มันคือการมาถึง จุดเปลี่ยนของตัวตน (Identity Threshold) — จุดที่ตัวตนเดิมยังพาคุณใช้ชีวิตต่อไปได้ แต่คุณไม่ต้องการสร้างอนาคตจากมันอีกแล้ว
ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อทำให้คุณเป็น “คนที่ดีกว่าเดิม” แต่เพื่อให้คุณมีอิสระมากขึ้นจากวิธีดำเนินชีวิตที่ไม่สอดคล้องกับตัวเองอีกต่อไป
นี่ไม่ใช่หลักสูตรที่บังคับให้ทุกคนไปถึงจุดเดียวกัน แต่เป็นแผนที่ 6 จังหวะที่ใช้เพื่อไม่ให้หลงทาง — โดยกระบวนการยังคงถูกปรับให้เหมาะกับคนตรงหน้า
เราไม่ได้เริ่มต้นจากคำถามว่า “วันนี้จะใช้เครื่องมืออะไร?” แต่เริ่มจาก “สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับคุณตอนนี้ ต้องการการทำงานในระดับไหน?” จากตรงนั้น กระบวนการอาจประกอบด้วย...
ช่วยแยกให้ออกว่าอะไรคือข้อเท็จจริง อะไรคือความกลัว อะไรคือแพตเทิร์นเดิม และอะไรคือสิ่งที่คุณรู้จริง ๆ
เมื่อเข้าใจเรื่องนั้นแล้ว แต่ระบบเดิมยังมีอำนาจ เราอาจเข้าถึงสิ่งที่ยังทำงานอยู่ใต้ระดับของการคิด
บางครั้งสิ่งที่กำลังเปลี่ยนไม่ใช่แค่พฤติกรรม แต่คือตัวตนที่กำลังใช้ชีวิต พิสูจน์ตัวเอง หรือปกป้องตัวเองอยู่
บางครั้งสิ่งที่ดีที่สุดไม่ใช่การขุดเรื่องใหม่ แต่คือกลับไปทดลอง สังเกต และดูว่าสิ่งที่ค้นพบกำลังเปลี่ยนชีวิตจริงหรือไม่
เพราะในความเป็นจริง คนสองคนอาจเดินเข้ามาด้วยปัญหาที่หน้าตาเหมือนกันทุกประการ แต่ร่องรอยที่ซ่อนอยู่ข้างใต้ กลไกการตอบสนองของระบบภายใน และ “จังหวะเวลา” ที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลง... ไม่มีทางเหมือนกันทั้งหมด
การทำงานที่ละเอียดอ่อนระดับนี้ จึงไม่สามารถใช้แพตเทิร์นสำเร็จรูปมากำหนดล่วงหน้าได้ว่า แต่ละ Session ต้องทำอะไร ต้องหยิบเครื่องมือไหนมาใช้ หรือบังคับให้ทุกคนต้องเดินตามสเต็ปเดียวกันในเวลาเท่ากัน
Private 1:1 ทำให้เรามีพื้นที่พอที่จะ ติดตามสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับคุณ และปรับจูนกระบวนการทำงานไปตาม “ข้อมูลจริง” ที่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นตลอดเส้นทาง
คุณไม่จำเป็นต้องเหนื่อยพยายามตัดแต่งตัวเอง... ให้พอดีกับ “หลักสูตร” ที่ถูกสร้างเตรียมไว้ล่วงหน้า
คุณค่าที่แท้จริงของการทำงานแบบ Private 1:1 ไม่ได้อยู่ที่ว่าเรามี Session ออนไลน์เจอหน้ากันกี่ครั้ง หรือใช้เครื่องมืออะไรบ้าง
และที่สำคัญ... คุณไม่ได้กำลังมาซื้อ “คำตอบสำเร็จรูป” จากฉันค่ะ
แต่สิ่งที่คุณกำลังเข้าถึงคือ พื้นที่ที่มีคนคอย “ถือบริบทชีวิต” ของคุณไว้อย่างต่อเนื่อง
เราจะไม่มองปัญหาของคุณแบบแยกส่วนเป็นเรื่อง ๆ แต่จะมองว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในชีวิตคุณอาจเชื่อมโยงกันอย่างไร และมี pattern หรือกลไกอะไรอยู่ข้างใต้สิ่งที่เห็นตรงหน้า
เราอาจเริ่มคุยกันจากเรื่องหนึ่ง แต่เมื่อกระบวนการดำเนินไป เราอาจพบว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่เรื่องทั้งหมด
การทำงานแบบ Private 1:1 ทำให้เราไม่ต้องรีบด่วนสรุปคุณจากสิ่งที่เห็นเพียงครั้งเดียว
เรามีเวลาพอที่จะ สังเกต เชื่อมโยง ทดสอบ ปรับความเข้าใจ และเลือกวิธีทำงานจากสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงในชีวิตคุณตลอดกระบวนการ
Context is held over time
Symptom → Root Mechanism
Right work · right timing
Reflection beyond the obvious
Privacy & discretion
Your life · your authority
คุณไม่ต้องเริ่มเล่าพื้นเพใหม่ทุกครั้งที่เราเจอกัน
สิ่งที่คุยกันครั้งก่อน สิ่งที่เราค้นพบ สิ่งที่คุณกลับไปเจอในชีวิตจริง Trigger เดิมที่กลับมา การตัดสินใจที่เปลี่ยนไป รวมถึงสิ่งที่คุณรู้แล้วแต่ยังทำต่างออกไปไม่ได้... ทั้งหมดนี้คือ “ข้อมูล” ที่เราจะนำมาต่อยอด
เราไม่ได้เจอกันเพื่อถามเพียงว่า “วันนี้มีเรื่องอะไรอยากคุย?” แต่จะมองด้วยว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ เชื่อมกับ pattern ที่เราเคยเห็นมาก่อนอย่างไร?”
สิ่งที่ดูเหมือนเป็น “ปัญหา” อาจไม่ใช่สิ่งที่เราต้องพุ่งเข้าไปแก้โดยตรงเสมอไป
ส่วนหนึ่งของงานคือช่วยคุณแยกให้ออกว่า อะไรคือสิ่งที่ปรากฏบนพื้นผิว อะไรคือกลไกป้องกันตัว (Protective Pattern) อะไรคือปมในอดีต อะไรเกี่ยวข้องกับ Identity และอะไรคือแก่นรากที่แท้จริงที่คอยขับเคลื่อนพฤติกรรมนั้นอยู่
เพราะคนสองคนอาจมี “อาการ” คล้ายกัน แต่สิ่งที่อยู่ข้างใต้อาจต่างกันโดยสิ้นเชิง และนั่นหมายความว่า วิธีทำงานก็ไม่ควรเหมือนกันค่ะ
การทำงานที่แม่นยำ ไม่ใช่การสาดเครื่องมือทุกอย่างใส่คุณ
บางครั้งสิ่งที่ต้องการคือการมองให้ชัดผ่าน Mentoring บางครั้งเราต้องลงลึกไปทำงานกับจิตใต้สำนึก (Hypnotherapy / Subconscious Work) และบางครั้ง... สิ่งที่ดีที่สุดอาจเป็นการไม่เปิดประเด็นอะไรเพิ่ม แต่เว้นจังหวะให้คุณกลับไปใช้ชีวิต ทดลอง สังเกต และปล่อยให้สิ่งที่เกิดขึ้นได้ตกตะกอน
คุณค่าของพื้นที่นี้ส่วนหนึ่งจึงอยู่ที่การรู้ว่า เมื่อไรควรลงลึก เมื่อไรควรหยุด เมื่อไรควรให้เวลา และเมื่อข้อมูลใหม่ปรากฏ เราควรเปลี่ยนทิศทางหรือไม่
เพราะวิธีการทำงานต้องปรับตามตัวคุณ ไม่ใช่จับคุณไปยัดใส่หลักสูตร
Intervention follows the person.
ต่อให้คุณเข้าใจตัวเองดีแค่ไหน ก็ยังมีบางจุดที่มองเห็นได้ยากเมื่อเราเป็นคนที่ยืนอยู่ “ข้างใน” ระบบนั้นเอง
คุณไม่ได้มาที่นี่เพื่อหาคนคอยพยักหน้าเห็นด้วยกับคุณทุกเรื่อง แต่เพื่อมีพื้นที่ที่สามารถสะท้อนกลับอย่างตรงไปตรงมาว่า
การ Challenge เหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อตัดสินคุณ แต่เพื่อให้คุณเห็นภาพได้กว้างและลึกขึ้น ก่อนที่คุณจะเป็นคนตัดสินใจด้วยตัวเอง
คำว่า Private ไม่ได้หมายถึงเพียง “กระบวนการที่ออกแบบมาเพื่อคุณ” เท่านั้นนะคะ แต่หมายถึงความเป็นส่วนตัวของสิ่งที่คุณนำเข้ามาวางในพื้นที่นี้ด้วย
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องครอบครัว ความสัมพันธ์ ธุรกิจ บทบาทสาธารณะ ชื่อเสียง การตัดสินใจที่ยังไม่พร้อมบอกใคร หรือเรื่องส่วนตัวที่คุณอาจไม่มีพื้นที่พูดถึงที่อื่น
ข้อมูลส่วนตัว เนื้อหาจาก Session และข้อความที่แลกเปลี่ยนกันระหว่างกระบวนการ จะถูกปฏิบัติด้วยความเป็นส่วนตัวและความระมัดระวังในระดับสูง
เรื่องราวของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เป็น Content, Case Study หรือ Testimonial โดยไม่ได้รับความยินยอมอย่างชัดเจนจากคุณก่อน
รายละเอียดเกี่ยวกับ Confidentiality รวมถึงข้อยกเว้นที่จำเป็นตามกฎหมายหรือเรื่องความปลอดภัย จะถูกระบุไว้อย่างชัดเจนในข้อตกลงก่อนเริ่มกระบวนการ
ทั้งหมดนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อทำให้ฉันกลายเป็น “กูรู” หรือผู้มีอำนาจคนใหม่ในชีวิตคุณ
ฉันช่วยถือบริบท สะท้อนจุดบอด Challenge สิ่งที่อาจยังมองไม่เห็น และนำทางกระบวนการได้ แต่ฉันไม่ได้เป็นคนที่ต้องใช้ชีวิตกับผลของการตัดสินใจแทนคุณ
เป้าหมายไม่ใช่การทำให้คุณเก่งขึ้นในการถามคนอื่นว่า “ฉันควรทำยังไงดี?” แต่คือการช่วยให้คุณค่อย ๆ ตอบตัวเองได้ชัดขึ้นว่า
ฉันนำทางกระบวนการ แต่อำนาจในการเลือกชีวิตยังอยู่กับคุณ
ความเหมาะสมสำคัญกว่าความอยากเข้าร่วม
เมื่อคุณเข้าใจแล้วว่า หัวใจของ Private 1:1 คือพื้นที่แห่งความต่อเนื่อง ความแม่นยำ การมองเห็นจุดบอด และความเป็นส่วนตัว... สิ่งที่อยู่ด้านล่างนี้คือ “โครงสร้าง” (The Container) ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานในระดับนั้นตลอด 12 สัปดาห์
เราไม่ได้กำหนดล่วงหน้าว่า ทุก Session ต้องหน้าตาเหมือนกัน หรือต้องใช้เครื่องมือให้ครบทุกชิ้น แต่กระบวนการในแต่ละช่วงจะถูกเลือกจากสิ่งที่ “จำเป็นและเหมาะสมที่สุด” สำหรับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับคุณในช่วงนั้นจริง ๆ
ตลอด 12 สัปดาห์ เราจะมี Private Session ร่วมกัน 8 ครั้ง นี่คือจุดที่เราจะกลับมาเช็กอิน มองเห็นความเปลี่ยนแปลง เชื่อมโยงบริบทใหม่ และปรับทิศทางของกระบวนการเมื่อจำเป็น
เราจะไม่ล็อกสคริปต์ล่วงหน้าว่าแต่ละครั้งต้องทำอะไร เพราะสิ่งที่คุณต้องการใน Session ที่ 5 อาจเป็นสิ่งที่เราไม่มีทางล่วงรู้ได้จากสิ่งที่เราเห็นใน Session แรก
บางจังหวะ สิ่งที่คุณต้องการอาจไม่ใช่การขุดลึกลงไปทำ Deep Work เพิ่ม แต่เป็นการถอยออกมามองสถานการณ์ให้ชัดเจนขึ้น เพื่อแยกให้ออกว่า... อะไรคือข้อเท็จจริง อะไรคือความกลัว อะไรคือแพตเทิร์นเดิม และคุณกำลังเรียนรู้อะไรเกี่ยวกับตัวเอง
พื้นที่ของ Mentoring & Integration จึงมีไว้เพื่อ: สะท้อนภาพ → เชื่อมโยง → ตัดสินใจ → ทดลอง → และตกตะกอน (Integrate) เพื่อนำสิ่งที่เห็นกลับไปใช้ในชีวิตจริง
ในบางช่วง การทำความเข้าใจแค่ในระดับ “เหตุผล” อาจยังไม่พอ เราจึงอาจใช้ Hypnotherapy หรือการทำงานกับจิตใต้สำนึก (Subconscious Work) เพื่อเข้าไปทำงานกับสิ่งที่ยังมีอิทธิพลอยู่ใต้ระดับของการคิด เช่น แพตเทิร์นเดิม ความทรงจำเชิงอารมณ์ หรือโครงสร้างตัวตนบางอย่าง
แต่ Deep Work ไม่ใช่สิ่งที่เราจะทำพร่ำเพรื่อ เราจะใช้ก็ต่อเมื่อมันเป็นวิธีทำงานที่เหมาะสมกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ณ ขณะนั้น ไม่ใช่เพียงเพราะมันมีรวมอยู่ในโปรแกรม
คุณจะได้รับไฟล์เสียง Hypnosis 1 ชุด ซึ่งไม่ได้ถูกอัดขึ้นจาก Script สำเร็จรูปทั่วไป แต่เป็นงานที่ออกแบบขึ้นจาก “เรื่องราวและกระบวนการของคุณ” โดยเฉพาะ
เพื่อสนับสนุนสิ่งที่เรากำลังทำงานอยู่ และให้คุณมีพื้นที่กลับมาเชื่อมต่อกับกระบวนการนั้นด้วยตัวเองระหว่าง Session
ระหว่างเส้นทาง 12 สัปดาห์นี้ คุณสามารถใช้ Private Messenger เพื่อส่งคำถามสั้น ๆ บันทึกสิ่งที่ค้นพบ (Observation) หรือแชร์ Trigger และสิ่งสำคัญที่เกิดขึ้นระหว่างทาง
โดยปกติฉันจะตอบกลับภายใน 1–2 วันทำการ จันทร์–ศุกร์
พื้นที่นี้ไม่ได้มีไว้เพื่อให้ Mentor คอย “ดับไฟ” ให้คุณทุกครั้งที่เกิดปัญหา แต่มีไว้เพื่อให้ ข้อมูลสำคัญไม่หล่นหายระหว่าง Session หากเรื่องไหนต้องการพื้นที่และความลึกมากกว่าการตอบผ่านข้อความ เราจะนำสิ่งนั้นกลับมาทำงานร่วมกันใน Session
หลังจากจบ 12 สัปดาห์ เราจะกลับมาเช็กอินกันอีกครั้ง เพื่อดูว่าการเปลี่ยนแปลงยังคงอยู่ไหม อะไรเริ่มกลายเป็น “ธรรมชาติใหม่” ของคุณแล้ว อะไรยังต้องคอยสังเกต และสิ่งที่ได้จากกระบวนการกำลังเดินต่อไปในชีวิตจริงของคุณอย่างไร
เพราะเป้าหมายไม่ใช่แค่การทำให้บางอย่าง “คลิกใน Session” แต่คือการดูว่า สิ่งที่คลิกนั้นสามารถหยั่งรากและอยู่กับคุณต่อไปในชีวิตจริงได้หรือไม่
โดยปกติ เราจะเว้นระยะห่างแต่ละ Session ประมาณ 1–2 สัปดาห์
ระยะห่างนี้ไม่ใช่ช่วงเวลาที่กระบวนการ “หยุดนิ่ง” แต่มันคือช่วงเวลาที่คุณจะได้กลับไป...
สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างนั้นจะกลายเป็น ข้อมูลสำคัญ ที่เรานำกลับมาทำงานร่วมกัน
เพราะคำถามที่สำคัญที่สุดไม่ใช่แค่...
แต่คือ...
คุณไม่จำเป็นต้องใช้เวลา 12 สัปดาห์หมกมุ่นอยู่กับการ “Healing ตัวเอง” และไม่ได้มีการบ้านจำนวนมาก
แต่กระบวนการนี้ต้องการ การมีส่วนร่วมของคุณ
Private Process ที่ดำเนินอย่างต่อเนื่องตลอด 12 สัปดาห์
ตั้งแต่การถือบริบทและติดตามสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับคุณ การเลือกและปรับวิธีทำงานให้เหมาะกับแต่ละช่วง การทำ Deep Work และ Integration ระหว่าง Session การมีพื้นที่ส่วนตัวสำหรับสะท้อนและนำสิ่งที่ค้นพบกลับไปใช้ในชีวิตจริง ไปจนถึงการติดตามหลังจบกระบวนการ
ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในพื้นที่ Private 1:1 ที่ให้ความสำคัญกับ ความต่อเนื่อง ความแม่นยำ การออกแบบเฉพาะบุคคล และการรักษาความลับอย่างเคร่งครัด
การเข้าร่วมเป็นแบบ Application Only เพื่อให้เราประเมินร่วมกันว่า พื้นที่นี้เหมาะกับสิ่งที่คุณกำลังต้องการในตอนนี้หรือไม่
HYPNOSISTER PRIVATE 1:1 MENTORING
โปรแกรมนี้เหมาะกับคนที่ยังสามารถใช้ชีวิต ทำงาน และรับผิดชอบตัวเองได้ แต่กำลังมาถึงจุดที่ ความเข้าใจเดิมหรือวิธีรับมือเดิมไม่เพียงพออีกต่อไป
คุณอาจเป็นผู้นำ ผู้ประกอบการ ผู้เชี่ยวชาญ นักสร้างสรรค์ โค้ช ครู ผู้ทำงานด้านการเยียวยา หรือคนที่ผ่านการพัฒนาตัวเองมามากแล้ว แต่ยังพบว่าแพตเทิร์นบางอย่างมีอำนาจต่อการเลือก ความสัมพันธ์ การทำงาน หรือวิธีที่คุณใช้ชีวิตอยู่
หลายครั้ง คนที่เหมาะกับพื้นที่นี้ไม่ได้อยู่ในภาวะที่ชีวิต “พัง” แต่กำลังอยู่ตรง จุดเปลี่ยนของตัวตน นั่นก็คือ ตัวตนเดิมยังพาคุณไปต่อได้ แต่คุณไม่ต้องการสร้างอนาคตจากวิธีเดิมอีกแล้วค่ะ
เราไม่ได้มองหาคนที่มีปัญหาหนักที่สุด แต่กำลังมองหาคนที่มี ความพร้อม ความรับผิดชอบต่อตัวเอง และความเต็มใจที่จะทำงานกับสิ่งที่กำลังเปลี่ยนในระดับลึก
โปรแกรม HYPNOSISTER PRIVATE 1:1 MENTORING เป็นกระบวนการส่วนตัวที่ไม่ได้ใช้หลักสูตรเดียวกันกับทุกคน
กระบวนการอาจประกอบด้วยการพูดคุยและสะท้อนมุมมอง การทำงานกับจิตใต้สำนึก การบำบัดจิตใต้สำนึก (Hypnotherapy) การทำงานกับตัวตน การสำรวจแพตเทิร์น และช่วงบูรณาการ (Integration) เพื่อนำสิ่งที่ค้นพบกลับไปทดลองใช้ในชีวิตจริง
หัวใจสำคัญของเราก็คือ วิธีการทำงานต้องตามคน ไม่ใช่ให้คนต้องตามหลักสูตรค่ะ
บางครั้งสิ่งที่คุณต้องการคือการมองเห็นบางอย่างให้ชัดขึ้น บางครั้งความเข้าใจมีอยู่แล้ว แต่ระบบเดิมยังมีอำนาจ และบางครั้งสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการหยุดขุดเรื่องใหม่แล้วกลับไปใช้ชีวิตจริง
โปรแกรมนี้เป็น กระบวนการพัฒนาตนเองและการทำงานภายในแบบไม่ใช่การรักษาทางคลินิก และไม่ได้ทำหน้าที่แทนการรักษาทางการแพทย์ จิตเวช จิตวิทยาคลินิก หรือการดูแลจากผู้ประกอบวิชาชีพที่จำเป็นนะคะ
ไม่ค่ะ
หลายคนที่เหมาะกับกระบวนการนี้ยังทำงานได้ดี รับผิดชอบชีวิตได้ และอาจประสบความสำเร็จในหลายด้านด้วยซ้ำ
สิ่งที่พาคุณเข้ามาอาจเป็นความรู้สึกว่า “ฉันเข้าใจเรื่องนี้แล้ว แต่ทำไมตอนเกิดขึ้นจริงฉันยังกลับไปตอบสนองแบบเดิม?”
หรือ “ชีวิตแบบเดิมยังไปต่อได้ แต่ฉันรู้ว่าฉันไม่อยากใช้ชีวิตจากตัวตนแบบนี้ต่อไปแล้ว”
อย่างไรก็ตาม หากความปลอดภัย การรับรู้ความเป็นจริง หรือความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวันกำลังได้รับผลกระทบอย่างมาก พื้นที่นี้อาจไม่ใช่รูปแบบการดูแลที่เหมาะสมในช่วงเวลานั้นค่ะ
อาจเหมาะมากค่ะ
เพราะหัวใจของกระบวนการนี้ไม่ใช่การมีความรู้เกี่ยวกับตัวเองเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งชิ้น
คำถามที่สำคัญกว่าคือ
สิ่งที่คุณรู้แล้ว กำลังกลายเป็นวิธีที่คุณใช้ชีวิตจริงหรือยัง?
บางครั้งสิ่งที่ยังไม่เปลี่ยนไม่ได้เกิดจากการขาด Insight แต่อาจเกี่ยวข้องกับแพตเทิร์นเดิม ความเชื่อ การตอบสนองอัตโนมัติ ประสบการณ์ภายใน หรืออัตลักษณ์บางส่วนที่ยังคงทำหน้าที่ปกป้องคุณอยู่
การสะกดจิตบำบัด หรือ Hypnotherapy คือการใช้ภาวะ “ภวังค์ (trance)” เป็นภาวะผ่อนคลายที่จิตคุณจะมีสมาธิและโฟกัสอยู่กับประสบการณ์ภายในมากขึ้น เพื่อสำรวจและทำงานกับความคิด ความรู้สึก ความเชื่อ แพตเทิร์น หรือการตอบสนองบางอย่างที่อาจไม่ได้เปลี่ยนเพียงเพราะเราเข้าใจมันด้วยเหตุผล สิ่งเหล่านี้มันอยู่ในระดับจิตใต้สำนึก
ในระหว่างกระบวนการ คุณยังคงสามารถรับรู้ สื่อสาร และมีส่วนร่วมกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นได้
คุณสามารถบอกให้หยุด ชะลอ เปลี่ยนวิธี หรือไม่ต้องการเดินต่อในส่วนใดได้ตลอดเวลา
เราจะใช้ Hypnotherapy เป็น หนึ่งในเครื่องมือ ของกระบวนการ ไม่ใช่ว่าทุก Session จะต้องทำ Hypnotherapy และไม่ใช่ทุกคนจะได้รับกระบวนการแบบเดียวกันค่ะ
Regression เป็นกระบวนการที่จิตใต้สำนึกพาคุณย้อนอดีต เพื่อสำรวจประสบการณ์ ความทรงจำ ภาพ ความรู้สึก หรือรากของแพตเทิร์นที่อาจมีความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในชีวิตปัจจุบัน
เป้าหมายไม่ใช่การ “ขุดอดีตให้มากที่สุด” และไม่ได้มีไว้เพื่อพิสูจน์ว่าภาพหรือความทรงจำทุกอย่างที่ปรากฏระหว่างกระบวนการเป็นข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์อย่างสมบูรณ์นะคะ
สิ่งที่เราสนใจคือ ประสบการณ์นั้นมีความหมายอย่างไรกับระบบภายในของคุณ และมีความเชื่อ อารมณ์ หรือการตอบสนองใดที่ยังมีอิทธิพลต่อชีวิตปัจจุบัน
Regression จะถูกใช้เฉพาะเมื่อมันเป็นวิธีที่เหมาะสมกับสิ่งที่เรากำลังทำงานอยู่ และไม่ใช่สิ่งที่ผู้เข้าร่วมทุกคนจำเป็นต้องทำค่ะ
ไม่ค่ะ
คุณไม่ได้ถูกทำให้หมดอำนาจ ไม่ได้ถูกบังคับให้พูดหรือทำสิ่งที่คุณไม่ต้องการ และคุณยังรู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลาและสามารถสื่อสารกับผู้ให้กระบวนการได้
ความยินยอมและอำนาจในการตัดสินใจเลือกระหว่างกระบวนการเป็นของคุณเสมอค่ะ
หากคุณรู้สึกว่าต้องการหยุด ช้าลง เปลี่ยนทิศทาง หรือไม่ต้องการทำวิธีใด คุณสามารถสื่อสารได้โดยตรง
สำหรับ HYPNOSISTER ความสามารถของคุณที่จะพูดสิ่งเหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ ไม่ใช่อุปสรรคต่อกระบวนการนะคะ
ไม่ค่ะ
HYPNOSISTER PRIVATE 1:1 MENTORING ไม่ได้สร้างขึ้นบนสมมติฐานว่า “ทุกปัญหาต้องขุดลึก” หรือ “ทุกคนต้องย้อนกลับไปหาอดีต”
เราจะเลือกวิธีการจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในกระบวนการของคุณค่ะ
สามารถส่งใบสมัครเพื่อรับการพิจารณาได้ค่ะ
การอยู่ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญไม่ได้หมายความว่าจะถูกปฏิเสธโดยอัตโนมัติ
เราจะพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบัน ความมั่นคง ความปลอดภัย ขอบเขตการทำงาน และความเหมาะสมของ Private 1:1 Mentoring กับสิ่งที่คุณกำลังต้องการ
หากคุณมีการใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์ ควรดูแลเรื่องยาและการเปลี่ยนแปลงการใช้ยาร่วมกับแพทย์หรือผู้สั่งยาโดยตรง
โปรแกรมนี้ ไม่ได้ทำหน้าที่แทนการรักษาทางการแพทย์ จิตเวช หรือการดูแลทางคลินิกที่จำเป็น
ไม่ค่ะ
กระบวนการเข้าร่วมคือ
หากผ่านการพิจารณาเบื้องต้น คุณจะได้รับเชิญให้พูดคุยส่วนตัวประมาณ 20–30 นาที
บทสนทนานี้มีไว้เพื่อให้ฉันเข้าใจบริบทของคุณมากขึ้น และให้เราทั้งสองฝ่ายดูร่วมกันว่าโปรแกรมนี้เหมาะกับสิ่งที่คุณกำลังต้องการในช่วงเวลานี้จริงหรือไม่
หลังจากนั้นอาจมีผลลัพธ์เป็น เชิญเข้าร่วม / ขอข้อมูลเพิ่มเติม / ยังไม่เหมาะกับโปรแกรมในขณะนี้
จำนวนที่เปิดรับจึงไม่ได้หมายความว่าผู้สมัครทุกคนจะได้รับเชิญเข้าร่วมค่ะ
ค่าลงทุนสำหรับโปรแกรมนี้คือ 150,000 บาท
รูปแบบมาตรฐานคือ ชำระเต็มจำนวนก่อนเริ่มกระบวนการ
ในบางกรณีสามารถสอบถามการแบ่งชำระ 50/50 ได้ โดยจะพิจารณาเป็นรายกรณีค่ะ
ค่าลงทุนของโปรแกรมเป็นราคาที่กำหนดไว้แล้ว และ ไม่มีการต่อรองราคา
ผู้เข้าร่วมสามารถใช้ Private Messenger สำหรับคำถามสั้น ๆ การแบ่งปัน Observation หรือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ Integration ระหว่าง Session
โดยทั่วไปจะได้รับการตอบกลับภายใน 1–2 วันทำการ จันทร์–ศุกร์
ช่องทางนี้ไม่ได้ออกแบบสำหรับการสนทนาแบบต่อเนื่องตลอดวัน การให้คำปรึกษาทุกครั้งที่เกิด Trigger การตัดสินใจแทนในสถานการณ์ส่วนตัว หรือการรองรับเหตุฉุกเฉิน
ความเป็น Private หมายถึง ความใส่ใจที่ลึกขึ้น ความแม่นยำที่มากขึ้น กระบวนการที่เฉพาะตัวกับคุณมากขึ้น และความต่อเนื่องที่เพียงพอสำหรับ Integration
ไม่ได้หมายถึงการเข้าถึง Mentor ได้โดยไม่มีขอบเขตค่ะ
ข้อมูลส่วนตัว เนื้อหาจาก Session และข้อความที่แลกเปลี่ยนระหว่างกระบวนการจะถูกปฏิบัติด้วย ความเป็นส่วนตัวและความระมัดระวังอย่างสูง
เรื่องราวของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เป็น Content, Case Study หรือ Testimonial โดยไม่ได้รับความยินยอมอย่างชัดเจนจากคุณก่อน
รายละเอียดเกี่ยวกับ Confidentiality รวมถึงข้อยกเว้นที่จำเป็นตามกฎหมายหรือเรื่องความปลอดภัย จะระบุไว้ในข้อตกลงก่อนเริ่มกระบวนการค่ะ
ไม่มีการรับประกัน ผลลัพธ์เฉพาะบุคคล ค่ะ
เพราะการเปลี่ยนแปลงของแต่ละคนได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย ทั้งความพร้อม การมีส่วนร่วม การนำสิ่งที่ค้นพบไปใช้จริง การตัดสินใจส่วนบุคคล สภาพแวดล้อม ความสัมพันธ์ และบริบทของชีวิต
สิ่งที่ HYPNOSISTER รับผิดชอบคือ คุณภาพและขอบเขตของกระบวนการที่ตกลงว่าจะส่งมอบ
รวมถึงการถือพื้นที่ การออกแบบกระบวนการตามความเหมาะสมของผู้เข้าร่วม Session และ Support ตามขอบเขตที่ระบุ ตลอดจนการรักษามาตรฐานและขอบเขตของการทำงาน
สิ่งที่เราไม่สามารถรับประกันได้คือผลลัพธ์เฉพาะ เช่น “แพตเทิร์นนี้จะหายภายใน 12 สัปดาห์” “ความสัมพันธ์จะเปลี่ยนไปในทิศทางที่กำหนด” “คุณจะตัดสินใจแบบใดแบบหนึ่ง” หรือ “ชีวิตจะเปลี่ยนตามภาพที่คาดไว้ทุกประการ”
กระบวนการนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อสัญญาผลลัพธ์สำเร็จรูป แต่เพื่อสร้างพื้นที่และเงื่อนไขที่เหมาะสมสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่คุณสามารถนำกลับไปใช้ในชีวิตจริงได้ค่ะ
เนื่องจากโปรแกรม HYPNOSISTER PRIVATE 1:1 MENTORING เป็นกระบวนการส่วนตัวที่มีการ สำรองจำนวนผู้เข้าร่วมและเตรียมกระบวนการเฉพาะบุคคล เงื่อนไขเกี่ยวกับการยกเลิก การถอนตัว และการคืนเงินจะเป็นไปตามข้อตกลงการเข้าร่วมโปรแกรม
เมื่อกระบวนการเริ่มต้นแล้ว โดยทั่วไปค่าบริการสำหรับส่วนที่ได้ดำเนินการแล้ว หรือจำนวนที่ได้ถูกสำรองไว้สำหรับผู้เข้าร่วม จะไม่สามารถขอคืนได้
หาก HYPNOSISTER เป็นฝ่ายไม่สามารถให้บริการส่วนที่ตกลงไว้ได้ จะมีการจัดการสำหรับส่วนที่ยังไม่ได้รับบริการตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในข้อตกลง
ผู้ได้รับคำเชิญเข้าร่วมจะได้รับรายละเอียดของเงื่อนไขเหล่านี้ให้ตรวจสอบ ก่อนลงนามและก่อนชำระเงิน
หากคำถามคือการให้ประเมินจากเรื่องราวส่วนตัวว่า
เราจะไม่ประเมินความเหมาะสมหรือให้คำแนะนำรายกรณีผ่านข้อความค่ะ
ขั้นตอนที่เหมาะสมคือ
หากคุณมี คำถามเชิงข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรมที่ไม่ได้รับคำตอบจากหน้าเว็บไซต์หรือคำถามที่พบบ่อยนี้ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ info@hypnosisterth.com
กรุณาอ่านรายละเอียดและคำถามที่พบบ่อยทั้งหมดก่อนติดต่อนะคะ
ช่องทางนี้ไม่ได้ใช้สำหรับการให้คำปรึกษารายกรณี การประเมินความเหมาะสมจากข้อความ หรือการต่อรองค่าลงทุนค่ะ
หากเป็นคำถามเชิงข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบโปรแกรม ขั้นตอนการสมัคร หรือรายละเอียดที่จำเป็นต่อการตัดสินใจ สามารถติดต่อเราได้ทางอีเมลหรือ Messenger
สำหรับการประเมินว่าโปรแกรมนี้เหมาะกับสถานการณ์ของคุณหรือไม่ กรุณาใช้กระบวนการ ใบสมัคร → การพิจารณาเบื้องต้น → การพูดคุยเพื่อประเมินความเหมาะสม
คุณไม่จำเป็นต้องเข้ามาพร้อมคำตอบทั้งหมด แต่ควรเข้ามาพร้อมความเต็มใจที่จะมองอย่างจริงจังว่า อะไรในชีวิตกำลังขอให้คุณไม่ใช้วิธีเดิมอีกต่อไป
12 สัปดาห์ข้างหน้าอาจไม่ใช่ช่วงเวลาที่คุณพยายามกลายเป็น “คนใหม่” แต่อาจเป็นช่วงเวลาที่คุณค่อย ๆ วางสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องเป็นคุณอีกต่อไปลง — เพื่อให้คนที่คุณกำลังจะเป็นมีพื้นที่ได้ใช้ชีวิตจริงเสียที